รีวิวทาวน์โฮม นครทองลีฟวิ่ง บางนา-เทพารักษ์ บ้านกว้าง ฟังก์ชันคุ้ม สไตล์โมเดิร์น

ปัจจุบันบ้านที่มีพื้นที่กว้าง และมีฟังก์ชันพื้นที่ใช้สอยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกสมาชิกในครอบครัว ในราคาที่จับต้องได้ หายากขึ้นทุกวัน แต่วันนี้มี โครงการ นครทองลีฟวิ่ง บางนา-เทพารักษ์ ทาวน์โฮมใหม่ หลังใหญ่ ดีไซน์ทันสมัย สไตล์โมเดิร์น ที่มีจุดเด่นเรื่องฟังก์ชันบ้านที่ให้มาอย่างคุ้มค่า และยังอยู่บนทำเลทอง ใจกลางแหล่งชุมชนใหญ่ เดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวก ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ไม่ยาก ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2 ล้านกว่าๆ เท่านั้น
ถ้าใครสนใจที่อยากจะหาบ้านที่มีความคุ้มค่า ทำเลดีๆ แบบนี้ ไม่ควรพลาดบทความนี้ค่ะ
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | นครทองลีฟวิ่ง บางนา-เทพารักษ์ |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท นครทอง เฮ้าส์ แอนด์ เรียลเอสเตท จำกัด |
| ที่ตั้งโครงการ : | 89 หมู่ 23 ซอยที่ดินไทย ถ.เทพารักษ์ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ |
| รายละเอียดโครงการ : | ทาวน์โฮม และบ้านแฝด 2 ชั้น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ บนถนนเทพารักษ์ |
| พื้นที่โครงการ : | 18 - 0 - 22.2 ไร่ |
| จำนวน : | 160 ยูนิต |
| พื้นที่ใช้สอย : | 110 - 135.65 ตร.ม. |
| พื้นที่ : | 18.5 - 30.8 ตร.ว. |
| ราคาเริ่มต้น : | 2.59 ล้านบาท* (สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ค่าส่วนกลาง : | 30 บาท/ตร.ว./เดือน |
| รูปแบบการก่อสร้าง : | ก่ออิฐมอญแดง |
| สิ่งอำนวยความสะดวก : | ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม., กล้องวงจรปิด, Keycard Access Control, สวนสาธารณะ, ห้องออกกำลังกาย |
| โทร : | 087-678-9296 |
| เว็บไซต์ : | https://bit.ly/website-nktliving-bangna |
Highlight : นครทองลีฟวิ่ง บางนา-เทพารักษ์

- ทาวน์โฮมหลังใหญ่ สไตล์โมเดิร์น ที่ถูกออกแบบให้ทันยุค ทันสมัย ภายใต้ Concept “The Living I Design : ชีวิตมีสไตล์ที่ใช่คุณ” มีความโดดเด่นในเรื่องของลวดลาย เส้นสาย และเฉดสี เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ แตกต่างจากทาวน์โฮมทั่วๆ ไป
- พื้นที่ฟังก์ชันคุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกสมาชิกในครอบครัว ซึ่งนอกจากจะให้พื้นที่ใช้สอยมาแบบจัดเต็มกว่าทาวน์โฮมอื่นๆ ที่เคยเห็น ตัวบ้านยังมีหน้าต่างแบบ Enlarge-High Window เปิดรับแสงจากธรรมชาติ ทำให้ภายในบ้าน มีความโปร่ง โล่ง อยู่สบายอีกด้วย
- ทำเลใจกลางแหล่งชุมชน และใกล้แหล่งทำงาน สะดวกสบายทั้งเรื่องจับจ่ายใช้สอย หาของกินของใช้ก็ง่าย อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับแหล่งงาน ไม่ว่าจะบริษัทเอกชนต่างๆ หรือนิคมอุตสาหกรรม เหมาะสำหรับคนที่ทำงานย่านนี้ และมองหาบ้านใกล้ที่ทำงาน
- ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง การเดินทางไปไหนมาไหนทำได้สะดวก เพราะโครงการอยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯฝั่งใต้) และใกล้กับเส้นรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานี ศรีเทพา
Facility

เริ่มจากบริเวณตรงทางเข้า ซุ้มประตูหลักของโครงการที่โดดเด่นในเรื่องการออกแบบที่ดูสมัยใหม่ รวมไปถึงเฉดสีที่เลือกมาใช้ ก็ดูสะดุดตา เป็นจุดสนใจให้กับผู้พบเห็นได้ดีทีเดียว สำหรับถนนตรงซุ้มประตูของโครงการจะกว้างอยู่ที่ 16 ม. โดยแบ่งทางเข้า-ออกไว้คนละฝั่งทั้งซ้ายและขวา ตรงกลางจะเป็นป้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ส่วนถนนหลักภายในโครงการจะกว้างประมาณ 12 และ 9 ม.

ทางเข้า-ออก ตรงจุดนี้จะมี กล้อง CCTV คอยบันทึกภาพคนเข้าออกตลอด 24 ชม. พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ รปภ. เสริมกำลังดูแลลูกบ้านให้ปลอดภัยมากขึ้น โดยการเข้า-ออกของลูกบ้านจะใช้ระบบ Keycard Access Control ส่วนแขกผู้มาเยี่ยมต้องแลกบัตรก่อนเข้าพื้นที่ทุกครั้ง

ภายในโครงการตรงบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง จะมีสวนหย่อม จัดวางต้นไม้แบบเรียบง่าย สะอาดตา ไว้ให้ลูกบ้านได้เดินเล่น ผ่อนคลายได้ทุกเมื่อ
*ภาพและบรรยากาศจำลอง
อีกทั้งเมื่อส่งมอบโครงการแล้ว ตรงบริเวณ Lobby Sale Gallery จะปรับเปลี่ยนเป็นห้องออกกำลังกาย ไว้ให้ลูกบ้านได้ใช้บริการ
Design & Function

โครงการ นครทองลีฟวิ่ง บางนา-เทพารักษ์ เป็นโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้น มีให้เลือกถึง 3 แบบบ้าน ที่ถูกออกแบบมาใน Concept “The Living I Design : ชีวิตมีสไตล์ที่ใช่คุณ” โดยตัวบ้านจะมีโทนสีที่เรียบง่าย แต่โดดเด่น ทำให้ดูทันสมัย เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันได้ดี

รูปแบบการก่อสร้างของทาวน์โฮม จะเป็นลักษณะ ก่ออิฐมอญแดง มีความแข็งแรง ง่ายต่อการต่อเติม ตัวบ้านทุกหลังจะหันไปทางทิศเหนือ-ใต้ ช่วยให้หลบแดด รับลมเย็นๆ พัดเข้าตัวบ้านได้ตลอด ช่วยลดความร้อน และช่วยให้ภายในบ้านเย็นมากขึ้น
Home Type
โครงการทาวน์โฮม นครทองลีฟวิ่ง บางนา-เทพารักษ์ จะมีแบบบ้านให้เลือกถึง 3 แบบ ดังนี้
- แบบบ้าน D-Light พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ
- แบบบ้าน D-Light Plus พื้นที่ใช้สอย 135.65 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 1 ห้องชั้นลอย 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
- แบบบ้าน DUO D-Light Plus พื้นที่ใช้สอย 135.65 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 1 ห้องชั้นลอย 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

ซึ่งจุดเด่นของแบบบ้าน DUO D-Light Plus จะมีความแตกต่างจากทาวน์โฮมทั่วไป ตรงที่เป็นทาวน์โฮมแฝด ที่ทุกหลังจะได้เป็นบ้านแปลงมุม (ตามรูปข้างบน) มีพื้นที่สวนด้านข้าง สัมผัสบรรยากาศคล้ายกับบ้านเดี่ยว แต่ได้ราคาแบบทาวน์โฮมที่จับต้องได้
สำหรับแบบบ้านที่ทางทีม Home Buyers จะพาไปชมในครั้งนี้ คือ แบบบ้าน D-Light และ D-Light Plus ซึ่งมีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน ถ้าเพื่อนๆ อยากทราบแล้ว ตามมาชมรีวิวนี้ไปพร้อมกันเลยค่ะ
แบบบ้าน D-Light
ทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 18.5 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ

ตัวบ้านของทาวน์โฮมหลังนี้ มีหน้ากว้างประมาณ 5.7 ม. ลึกเข้าไปจะอยู่ที่ 7.9 ม. ซึ่งแบบบ้าน D-Light จะมีจุดเด่นที่ฟังก์ชันห้องครัวใหญ่ สะดวกต่อการทำอาหาร เหมาะกับครอบครัวที่ชอบทำอาหารกินเอง ซึ่งหลังนี้มีขนาดกำลังพอดีกับสมาชิกในบ้านประมาณ 2-3 คน

ส่วนเรื่องงานออกแบบ ตัวบ้านคุมโทนด้วยเฉดสีครีม, น้ำตาล, เทา และมีการตกแต่งด้วยระแนงไม้ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับซุ้มประตูหลัก ที่ทางโครงการได้ใส่ใจให้มีการดีไซน์แบบเชื่อมโยงไปในทางเดียวกัน ทำให้ภายในโครงการน่าอยู่ และดูเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกทั้งทาวน์โฮมหลังนี้ยังมีประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ และช่องหน้าต่างมาให้ เปิดรับแสงธรรมชาติ รับลมเข้าบ้านได้อย่างทั่วถึง

แปลนแบบบ้าน D-Light ชั้น 1 เริ่มต้นหน้าบ้านเป็นพื้นที่ลานจอดรถ ด้านในลานจอดจะเป็นส่วนของห้องเก็บของ ถัดเข้ามาในบ้าน จะเจอกับมุมห้องนั่งเล่น เชื่อมไปยังมุมรับประทานอาหารที่อยู่ด้านในบ้าน ข้างๆ จะเป็นห้องครัว และห้องน้ำส่วนกลาง ด้านหลังบ้านจะเป็นโซนลานซักล้าง ส่วนชั้น 2 เมื่อขึ้นบันไดจะเจอกับโถงชั้นสองที่แบ่งสัดส่วนพื้นที่ให้เป็นห้องนอน 3 ห้อง และห้องน้ำส่วนกลางอีก 1 ห้อง

หน้าบ้านตรงบริเวณนี้จะเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถ ได้ 1 คัน ซึ่งลานจอดรถจะลึกเข้าไปประมาณเทียบเท่ากับโซนมุมห้องนั่งเล่นที่อยู่ด้านข้างภายในบ้านพอดี ถ้าลูกบ้านมีรถยนต์ส่วนตัวคันใหญ่ ก็ยังจอดได้สบายๆ อีกทั้งบริเวณลานจอดรถ ยังมีห้องเก็บของขนาดใหญ่ เก็บพวกอุปกรณ์ต่างๆ ได้มากพอสมควร

พื้นที่หน้าบ้าน ทางโครงการได้ตกแต่งบ้านตัวอย่างให้มี Terrace เป็นพื้นไม้เรียงต่อกัน จัดสวนให้ดูร่มรื่นน่าอยู่ สามารถใช้ประโยชน์ของพื้นที่ตรงนี้ ให้เป็นมุมพักผ่อนอีกมุมนึงของบ้านได้

เมื่อเปิดประตูเข้ามา จะเห็นภายในบ้านตัวอย่างตกแต่งด้วยโทนคลีนๆ สีสันพาสเทลน่ารัก ดูเข้ากับทาวน์โฮมหลังนี้ ซึ่งพื้นที่แรกที่เราจะเจอเลย คือมุมห้องนั่งเล่น ที่มีการตกแต่งด้วยการวางโซฟาสำหรับ 2-3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง แบ่งสัดส่วนการใช้งานได้อย่างชัดเจน

ถ้าเป็นทาวน์โฮมแปลงมุมจะได้หน้าต่าง ลักษณะแบบเข้ามุม สามารถที่จะมองเห็นวิวข้างบ้านได้ 180 องศา

ส่วนฝั่งตรงข้ามโซฟา บริเวณนี้สามารถที่จะติดตั้งทีวีได้ทั้งแบบตั้งโต๊ะ หรือจะติดแบบแขวนก็สะดวกทั้งสองแบบ ตรงฝ้าเพดาน ทางโครงการได้ทำฝ้าหลุม เพิ่มลูกเล่น ให้บ้านมีความหรูหรา และช่วยให้พื้นที่ตรงนี้โปร่งโล่งมากขึ้น

ตรงมุมนั่งเล่นจะอยู่ติดกับประตูกระจกบานสไลด์หน้าบ้านขนาดใหญ่ ทำให้บริเวณนี้สามารถรับแสงจากธรรมชาติเข้ามาได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งบริเวณชั้นล่างมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.8 ม. ทำให้บ้านดูกว้างน่าอยู่ ส่วนงานพื้นจะปูด้วยวัสดุกระเบื้องแกรนิตโต้สีขาวทั้งชั้นล่างและชั้นบน

ถัดเข้ามาจากมุมห้องนั่งเล่น ตรงนี้จะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ที่ลูกบ้านจะปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ ส่วนของบ้านตัวอย่างได้ตกแต่งให้เป็นมุมทำงาน อ่านหนังสือ หรือทำการบ้าน เรียนออนไลน์สำหรับเด็กๆ ได้

มุมรับประทานอาหารจะอยู่โซนด้านในบ้าน ซึ่งจะมีพื้นที่ที่เชื่อมต่อกันกับส่วนของห้องครัว และห้องน้ำส่วนกลางชั้นล่าง

ตรงมุมรับประทานอาหาร สามารถที่จะวางโต๊ะสำหรับ 4 ที่นั่งได้ ด้านหลังจะเป็นหน้าต่างกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ เป็นอีกจุดที่ช่วยให้อากาศในบ้านถ่ายเทได้สะดวก อีกทั้งถ้าเป็นทาวน์โฮมแปลงมุม จะได้ประตูกระจกบานสไลด์ด้านข้างเพิ่มขึ้นมา ทำให้เราสามารถออกไปเดินเล่นข้างบ้าน ทำกิจกรรมปลูกต้นไม้ ตกแต่งสวน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้ใช้เวลาร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวได้

ต่อมาจะพาไปชมห้องครัวขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดเด่นของแบบบ้าน D-Light ทางโครงการได้ให้ฟังก์ชันพื้นที่ตรงนี้มาอย่างคุ้มค่า ใช้งานได้สะดวก สามารถที่จะ Built in เคาน์เตอร์ครัวแบบยาวเหมือนบ้านตัวอย่างได้ ส่วนด้านบนติดตั้งตู้แขวนเข้าคู่กัน เพื่อเก็บอุปกรณ์ครัวต่างๆ และพื้นที่ตรงนี้ยังมีหน้าต่างอีกจุด ไว้สำหรับระบายอากาศ ให้อากาศหมุนเวียนได้ดีขึ้น ลดกลิ่น ควัน ขณะทำอาหารได้

ห้องน้ำส่วนกลางชั้นล่าง จะอยู่ในโซนของห้องครัว ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งพื้นที่อาบน้ำ และพื้นที่ส่วนแห้ง ภายในห้องน้ำทางโครงการได้ติดตั้งสุขภัณฑ์ครบชุด พร้อมใช้งานไว้ให้เรียบร้อย

สำหรับด้านหลังบ้าน ทางโครงการได้เทคอนกรีตเต็มพื้นที่ ไว้สำหรับให้เป็นโซนลานซักล้าง ตากผ้าได้

ย้อนกลับเข้ามาในบ้าน เพื่อจะขึ้นไปชั้น 2 กันต่อ ซึ่งตำแหน่งของบันไดจะอยู่ตรงกลางบ้าน บริเวณบันไดมีช่องแสงที่มองเห็นลานจอดรถเชื่อมต่อไปยังหน้าบ้านได้ ตัวบันไดจะเป็นโครงสร้างเหล็ก ที่มีความแข็งแรง ปูท็อปด้วยไม้คอนวูด สร้างบรรยากาศให้บ้านดูอบอุ่น อีกทั้งยังมีราวให้จับขณะเดินขึ้น-ลง ทำให้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

ขึ้นมาชั้น 2 จะเจอกับโถงทางเดิน ที่สามารถเชื่อมไปยังห้องนอน 3 ห้อง และห้องน้ำส่วนกลางชั้น 2

ห้องนอนแรกที่จะพาไปชม คือ ห้อง Master Bedroom ที่อยู่ฝั่งหน้าบ้านแบบเต็มพื้นที่ ซึ่งภายในห้องมีการแบ่งสัดส่วนการใช้งานได้อย่างลงตัว

พื้นที่ส่วนแรกของห้อง Master Bedroom จะเป็นส่วนของพื้นที่การพักผ่อนแบบส่วนตัว สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ ฝั่งตรงข้ามเตียง จะทำเป็นชั้นวาง หรือตู้เก็บของแบบมีบานปิดเหมือนในบ้านตัวอย่างแบบนี้ก็ได้ ซึ่งข้อดีของการเก็บของในตู้แบบมีบานปิด จะช่วยซ่อนของต่างๆ ที่เราไม่ค่อยได้ใช้ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้บ้านดูสะอาดตา น่าอยู่

อีกด้านของห้อง จะเป็นโซน Walk-in Closet เอาไว้เป็นพื้นที่แต่งตัวแบบส่วนตัวในห้อง ซึ่งมีขนาดที่กว้างกำลังดี อีกทั้งบริเวณนี้ยังมีประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ ช่วยให้บรรยากาศในห้องดูสว่าง สามารถเชื่อมต่อออกไปยังระเบียงส่วนตัวได้

ห้อง Master Bedroom จะมีระเบียงส่วนตัว ที่สามารถวางราวเล็กๆ ไว้ตากผ้าเล็กๆ น้อยๆ ได้ หรือจะตกแต่งด้วยต้นไม้ สร้างความร่มรื่น มุมพักผ่อนได้อีก 1 จุด

ห้องนอนที่ 2 มีขนาดกำลังดี ที่จะวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ และยังมีพื้นที่เหลือที่สามารถเพิ่มฟังก์ชันจัดวางโต๊ะทำงานแบบส่วนตัวเข้าไปได้อีกด้วย ภายในห้องจะมีหน้าต่างให้ 1 บาน ซึ่งช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก อยู่อาศัยได้สบายๆ ไม่ทำให้อึดอัด

ส่วนข้างโต๊ะทำงานจะเป็นพื้นที่ Built in ในลักษณะแบบ Walk-in Closet ซึ่งห้องนี้มีการแบ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบในพื้นที่ที่จำกัดได้อย่างลงตัว และใช้งานได้จริง

ห้องถัดมาจะเป็นห้องนอนที่ 3 ที่ทางโครงการได้ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานให้เป็นห้องทำงาน ซึ่งเข้ากับยุคปัจจุบันที่ ต้องทำงานแบบ Work From Home

ห้องน้ำส่วนกลางชั้น 2 มีพื้นที่ที่กว้างกว่าห้องน้ำชั้นล่าง ทำให้มีพื้นที่การใช้งานที่สะดวกมากขึ้น อีกทั้งภายในห้อง ยังมีประตูบานสไลด์เปิดไปยังส่วนของพื้นที่ Outdoor ได้ ตรงบริเวณนี้สามารถปลูกต้นไม้เล็กๆ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยให้บ้านดูสดชื่นขึ้นได้
แบบบ้าน D-Light Plus
ทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 22.8 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 135.65 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 1 ห้องชั้นลอย 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

แบบบ้าน D-Light Plus จะมีพื้นที่ฟังก์ชันการใช้งานที่ขยายกว้างขึ้นกว่าแบบบ้าน D-Light ซึ่งตัวบ้านจะมีหน้ากว้างประมาณ 5.7 ม. และลึกอยู่ที่ 10.8 ม. ทำให้บ้านหลังนี้มีจุดเด่นในเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่ใช้สอย ที่ทางโครงการให้มาแบบจัดเต็ม สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกพื้นที่อย่างคุ้มค่า

โดยการออกแบบของทาวน์โฮมหลังนี้ จะเน้นโทนสีที่ดูโดดเด่น และสะดุดตากว่าแบบบ้านแรกที่แนะนำไป อีกทั้งระเบียงยังถูกออกแบบให้มีลักษณะเฉียง ทำให้บ้านดูมีลูกเล่น แปลกตา สร้าง Gimmick ให้ทาวน์โฮมหลังนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่เหมือนกับทาวน์โฮมอื่นๆ ที่เคยเห็น

แปลนแบบบ้าน D-Light Plus ชั้น 1 พื้นที่ส่วนหน้าบ้าน จะเป็นลานจอดรถ และมีห้องเก็บของ เมื่อเข้ามาในบ้านพื้นที่มุมนั่งเล่น มุมรับประทานอาหาร และส่วนของห้องครัวจะเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกัน ในลักษณะ Open Plan ด้านข้างจะเป็นห้องอเนกประสงค์ และห้องน้ำส่วนกลาง ส่วนด้านหลังจะเป็นโซนลานซักล้าง ต่อมาชั้น 2 จะถูกแบ่งสัดส่วนให้มีห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำส่วนตัว 1 ห้อง และห้องน้ำส่วนกลางอีก 1 ห้อง

เริ่มต้นที่หน้าบ้าน จะเป็นพื้นที่ของลานจอดรถ มีขนาดที่กว้างกำลังดี สามารถจอดรถได้ถึง 2 คัน ส่วนมุมประตูด้านข้างของบ้านจะเป็นพื้นที่ของห้องเก็บของ ซึ่งมีขนาดกว้างเช่นกัน สามารถเก็บของได้เยอะ

แบบบ้าน D-Light Plus จะมีประตูหน้าบ้าน เป็นลักษณะประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่เกือบเต็มพื้นที่ของผนังบ้าน เปิดรับมุมมองได้กว้างขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้บ้านดูปลอดโปร่ง โล่ง อยู่สบาย

เข้ามาในบ้าน จะเจอกับมุมห้องนั่งเล่นที่มีขนาดกว้าง ซึ่งบ้านตัวอย่างจะตกแต่งด้วยโทนสีขาว ครีม ทำให้บริเวณนี้ดูสะอาดตา และสว่างขึ้น ส่วนความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 2.8 ม. และงานพื้นชั้นล่าง จะปูด้วยวัสดุกระเบื้องแกรนิตโต้สีขาว

มุมห้องนั่งเล่น สามารถวางโซฟายาวสำหรับ 3-4 คนได้ และตรงกลางยังสามารถวางโต๊ะอีก 1 ตัว ได้สบายๆ ตรงมุมนี้บริเวณฝ้าเพดาน จะเป็นลักษณะฝ้าหลุม เช่นเดียวกันกับแบบบ้าน D-Light นอกจากจะช่วยให้บ้านดูเรียบหรูมากขึ้น ยังช่วยเสริมให้บ้านดูกว้างขึ้นอีกด้วย

ถัดเข้ามาจะเป็นฟังก์ชันของมุมรับประทานอาหาร ซึ่งชั้นล่างจะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกัน ทำให้ภายในบ้านสามารถใช้ประโยชน์ของพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ จัดสรรการแบ่งสัดส่วนการใช้งานได้อย่างลงตัว

ซึ่งทางโครงการได้วางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่งได้อย่างพอดี อีกทั้งยังมีพื้นที่เหลือสำหรับทางเดิน ให้เดินได้อย่างสบายๆ ถ้าเป็นทาวน์โฮมแปลงมุม จะได้ประตูกระจกบานสไลด์ด้านข้าง เพิ่มช่องแสงให้กับบ้าน และยังสามารถที่จะออกไปเดินเล่น ชมสวนด้านข้างของบ้านได้

ห้องครัวจะอยู่โซนด้านในของบ้าน ซึ่งมีพื้นที่กว้างพอที่ใช้งานได้สะดวก สามารถติดตั้งเครื่องดูดควันเตาไฟฟ้าทำอาหารเพิ่มเติมได้ หรือจะเอาไว้เป็นพื้นที่สำหรับจัดเตรียมอาหาร เก็บอุปกรณ์ครัวต่างๆ ก็ได้ เช่นกัน และมุมตรงนี้ยังมีหน้าต่างไว้สำหรับเปิดระบายอากาศ รวมไปถึงยังช่วยเพิ่มช่องแสงให้ความสว่างได้ดีอีกด้วย

ส่วนของหลังบ้าน ทางโครงการได้เทคอนกรีตไว้เต็มพื้นที่ ลูกบ้านจะจัดสรรให้โซนนี้เป็นพื้นที่ของลานซักล้างได้ อีกทั้งบริเวณนี้ยังมีการใช้ระบบคานยื่น เพื่อรองรับการต่อเติม ทำให้สบายใจ หมดกังวลเรื่องบ้านทรุดไปได้เลย

กลับเข้ามาในบ้าน จะพาไปชมห้องนอนที่ 4 ซึ่งอยู่ติดกับห้องน้ำส่วนกลาง และโซนของห้องครัว

ห้องนอนที่ 4 จะอยู่ชั้นล่าง เหมาะสำหรับที่จะเป็นห้องนอนของผู้สูงอายุ สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ หรือถ้าอยากจะปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ก็ได้เช่นกัน เช่น ห้องทำงาน ห้องดูหนัง ตามไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตได้เลย

ใกล้กับห้องนอนที่ 4 จะเป็นห้องน้ำส่วนกลาง ห้องนี้มีฟังก์ชันการใช้งานครบ แบ่งโซนแห้งและโซนเปียกไว้ให้เรียบร้อย สามารถติดตั้งฉากกั้นของโซนเปียกเพิ่มเติมได้

ออกจากห้องน้ำส่วนกลางชั้นล่าง คราวนี้จะพาไปชมชั้นบนกันบ้าง ตำแหน่งบันไดจะอยู่ช่วงกลางบ้าน ซึ่งเป็นโครงสร้างเหล็ก
ปูท็อปด้วยไม้คอนวูด มีความแข็งแรง คงทน ความกว้างของบันไดกำลังดี อีกทั้งมีราวบันไดให้จับเพื่อความปลอดภัย

ขึ้นมาชั้น 2 จากพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ชั้นล่างเปลี่ยนเป็นพื้นไม้ SPC ที่สวย ทนไม่บวมน้ำ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นมากขึ้น ซึ่งชั้น 2 จะมีการแบ่งโซนหลังบ้าน เป็นห้องนอนที่ 2,3 ตรงกลางเป็นห้องน้ำส่วนกลาง โซนหน้าบ้าน จะเป็นพื้นที่ส่วนของ Master Bedroom


ห้อง Master Bedroom จะอยู่โซนหน้าบ้าน โดยภายในห้องแบ่งสัดส่วนการใช้งานได้อย่างน่าสนใจและลงตัว มีทั้งมุมพักผ่อน แต่งตัว และห้องน้ำส่วนตัว


ภายในห้องมีขนาดกว้าง สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต ก็ยังมีพื้นที่เหลือไว้แบ่งใช้ทำอย่างอื่นเพิ่มเติมได้ ส่วนผนังฝั่งหน้าบ้าน จะมีหน้าต่าง 2 บาน และประตูกระจกบานสไลด์ ช่วยเพิ่มช่องแสง ให้สว่างและช่วยให้อากาศภายในห้องไหลเวียนได้ดี

ฝั่งปลายเตียง สามารถติดตั้งทีวีได้ทั้งแบบแขวน และแบบตั้งโต๊ะ ซึ่งทางโครงการได้ให้ปลั๊กรองรับการใช้งานไว้ให้เรียบร้อย ส่วนโซนด้านในจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำส่วนตัว

มาถึงโซน Walk-in Closet ส่วนตัวภายในห้อง Master Bedroom บริเวณนี้มีทั้งหน้าต่าง และประตูกระจกบานสไลด์ (เชื่อมไปยังระเบียงด้านนอก) ทำให้บรรยากาศดูโปร่ง เหมาะที่จะนั่งแต่งหน้า แต่งตัวได้สบายๆ

ระเบียงหน้าห้อง ซึ่งอยู่ติดกับโซน Walk-in Closet สามารถออกมายืนรับลม ยืดเส้น ยืดสาย รับชมวิวข้างนอกได้


ฝั่งตรงข้ามระเบียงจะเป็นห้องน้ำส่วนตัว ภายในห้องจะกั้นด้วยประตูกระจกเทมเปอร์แบ่งโซนเปียกเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ทำให้การใช้งานสะดวกมากขึ้น ซึ่งบ้านหลังส่งมอบจะได้ประตูกระจกกั้นแบบเดียวกัน

ไปต่อกันกับห้องนอนที่ 2 ซึ่งจะอยู่ฝั่งหลังบ้าน ภายในห้องมีหน้าต่าง 1 บาน คอยเปิดรับลม ให้ภายในห้องอยู่ได้สบายๆ และเพิ่มความโปร่งโล่ง ส่วนปลายเตียง สามารถที่จะ Built in โต๊ะทำงาน หรือโต๊ะทำการบ้านเหมือนบ้านตัวอย่างนี้ได้

อีกฝั่งจะเป็นส่วนพื้นที่ตู้เสื้อผ้า ซึ่งจัดวางได้แบบพอดีกับห้องที่มีพื้นที่จำกัด ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มในส่วนของการวางเก้าอี้ เอาไว้สำหรับนั่งเล่นได้ ซึ่งห้องนอนที่ 2 นี่ได้จัดพื้นที่การใช้งานได้อย่างคุ้มค่าเลยทีเดียว

ห้องนอนที่ 3 จะอยู่โซนด้านหลังบ้านเช่นเดียวกันกับห้องนอนที่ 2 แต่ทาวน์โฮมหลังนี้เป็นบ้านแปลงมุม ทำให้ห้องนี้ มีหน้าต่าง 2 บาน รับแสงธรรมชาติได้ทั้ง 2 ฝั่ง ช่วยให้ห้องนี้ดูสว่าง และกว้างมากขึ้น

ซึ่งภายในห้องก็มีส่วนของพื้นที่พักผ่อน พื้นที่ตู้เสื้อผ้า และตู้เก็บของต่างๆ ถูกจัดวางได้อย่างลงตัว และสามารถใช้งานได้จริง ลูกบ้านสามารถนำไอเดียนี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้เลย

ห้องน้ำส่วนกลางชั้น 2 จะอยู่บริเวณตรงโถงทางเดิน ซึ่งมีขนาดกว้างกำลังดี สำหรับบ้านส่งมอบจะได้สุขภัณฑ์ครบชุด และกระจกเงาอีกด้วย

นอกจากทาวน์โฮมหลังนี้จะมีพื้นที่ฟังก์ชันที่ครบ และคุ้มค่าแล้ว อีก 1 จุดเด่นของแบบบ้าน D-Light Plus คือ มีชั้นลอย ซึ่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์เล็กๆ เอาไว้เป็นมุมนั่งเล่น ทำงานอดิเรก หรือจะทำเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์อื่นๆ ตามไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านได้อย่างอิสระ

ส่วนบ้านตัวอย่างได้ตกแต่งพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นห้องพระ เอาไว้กราบไหว้ บูชาภายในบ้าน อีกทั้งบริเวณนี้ จัดว่าเป็น Double Space ที่มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าจะอยู่ที่ประมาณ 4 ม.
บ้านมาตรฐานและวัสดุ
บ้านมาตรฐานส่งมอบของโครงการ นครทองลีฟวิ่ง บางนา-เทพารักษ์ จะได้อะไรบ้าง เรามาดูกันค่ะ

- ไฟดาวไลท์ทั้งหลัง (หลอด LED ประหยัดไฟ)
- ติดตั้งสาย LAN 2 จุด ตรงห้อง Master Bedroom, มุมห้องนั่งเล่น
- ติดพัดลมระบายอากาศในห้องน้ำ ทุกห้อง
- ติดตั้งสาย Fiber Optic สำหรับการเชื่อมต่อ Internet ในบ้าน
- เตรียมระบบสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น
- เตรียมระบบสายไฟสำหรับติดตั้งแอร์ให้พร้อม
- ติดตั้งท่อกำจัดปลวก เดินท่อใต้คาน
- พื้นกระเบื้องแกรนิตโต้, พื้นไม้ SPC (สำหรับแบบบ้าน D-Light Pust, DUO D-Light Plus)
- ถังเก็บน้ำ + ปั๊มน้ำ

- สุขภัณฑ์ครบชุด จากแบรนด์ Cotto, Mogen หรือเทียบเท่า
Location : นครทองลีฟวิ่ง บางนา-เทพารักษ์

โครงการ นครทองลีฟวิ่ง บางนา-เทพารักษ์ ตั้งอยู่ในซ.คลองอาเสี่ยคลองกันยา 3034 ซึ่งสามารถเดินทางไปที่โครงการได้ 3 เส้นทาง คือ เส้นถ.เทพารักษ์เข้าซอยที่ดินไทย, เส้นถ.ตำหรุ-บางพลี และเส้นถ.แพรกษา อีกทั้งที่ตั้งโครงการยังใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯฝั่งใต้) ด่านเทพารักษ์ ทำให้การเดินทางสะดวก ทั้งเดินทางเข้าเมือง และปริมณฑล

การขนส่งสาธารณะบริเวณย่านที่ตั้งของโครงการ มีให้ใช้บริการหลายรูปแบบ เริ่มจากเส้นรถไฟฟ้า ที่มีถึง 2 สาย สถานีใกล้สุด คือ สถานีศรีเทพา เส้นรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (เปิดใช้บริการในปี 65) ถัดออกไปอีกนิดจะเป็นเส้นรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่สามารถจะเดินทางเข้าไปทำงานในเมืองได้สบายๆ
นอกจากเส้นรถไฟฟ้า ภายในซอยที่ตั้งโครงการ ยังมีวินมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านไปมา และบริเวณรอบๆ มีรถสองแถวไว้คอยให้ใช้บริการอีกด้วย

โซนบางนา-เทพารักษ์ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งชุมชนใหญ่ ที่แวดล้อมไปด้วยร้านค้า ตลาดต่างๆ มากมาย เช่น ตลาดรถไฟขจรวิทย์, ตลาดทิพย์นิมิตร, ตลาดสดบางพลี เป็นต้น ส่วนห้างสรรพสินค้า ใกล้ๆ ก็มี บิ๊กซีบางพลี ถัดออกไป ก็จะเป็นมาร์เก็ตวิลเลจสุวรรณภูมิ เมกาบางนา เป็นต้น

รอบๆ โครงการยังมี สถานพยาบาล เช่น โรงพยาบาลบางนา 5, โรงพยาบาลบางพลี, โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ เป็นต้น รวมไปถึงมีโรงเรียนที่อยู่ใกล้โครงการ เช่น โรงเรียนปทุมคงคา สมุทรปราการ, โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ สมุทรปราการ, มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เป็นต้น
นอกจากจะเป็นแหล่งชุมชนใหญ่ ที่มีความอุดมสมบูรณ์เรื่องปากท้อง สถานที่ให้บริการ การเดินทางที่สะดวกแล้ว ย่านที่ตั้งโครงการ ยังอยู่ใกล้กับแหล่งงาน ทั้งบริษัทเอกชนต่างๆ นิคมอุตสาหกรรมบางปูอีกด้วย
การเดินทาง

สำหรับวันนี้ เส้นทางที่เลือกมายังโครงการ ใช้เส้นทางด่วนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯฝั่งใต้) มุ่งหน้าไปทางด่านเทพารักษ์

ขับตรงไปเรื่อยๆ และให้สังเกตป้ายทางออก 10 ที่มุ่งไปทางถนนเทพารักษ์ และออกตรงช่องบางพลี เพื่อจะลงไปสู่ถนนเทพารักษ์

เมื่อลงมาถึงถนนเทพารักษ์ ให้วิ่งตรงไปกลับรถ เพื่อจะขับเข้าซอยที่ดินไทย

เมื่อกลับรถแล้วให้ขับตรงไปเรื่อยๆ และคอยสังเกต 7-Eleven จะอยู่ตรงปากซอยทางเข้าพอดี เมื่อเจอซอยที่ดินไทย ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปได้เลย

ขับตรงเข้ามาภายในซอย จะเห็นเลยว่าย่านที่ตั้งของโครงการจะเป็นแหล่งชุมชนใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่มานานแล้วหลายปี ทำให้มีร้านค้า ร้านขายของต่างๆ มากมาย

ขับเข้าซอยที่ดินไทยมาเรื่อยๆ เพื่อเชื่อมไปยังซอยคลองอาเสี่ยคลองกันยา 3034 ซึ่งระยะจากปากซอยถึงโครงการ จะอยู่ที่ประมาณ 2.36 กม. เมื่อถึงแล้วก็เจอกับซุ้มประตูหลักของโครงการ ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายมือ ให้เลี้ยวเข้าโครงการไปได้เลยค่ะ
Price & Promotion

โครงการ นครทองลีฟวิ่ง บางนา-เทพารักษ์ ทาวน์โฮม 2 ชั้น ดีไซน์สไตล์โมเดิร์น ภายในบ้านมีความโปร่งโล่ง ด้วยหน้าต่างและประตูที่มีขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีฟังก์ชันของพื้นที่ใช้สอยที่ให้มาอย่างคุ้มค่า และให้วัสดุที่ดีเยี่ยม ในราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท
สนใจลงทะเบียน รับข้อมูลเพิ่มเติม > > https://bit.ly/website-nktliving-bangna
(โปรโมชั่น และส่วนลดอื่นๆ เพิ่มเติมอยู่ที่เงื่อนไขของบริษัทฯ กำหนด)
Conclusion

Design & Function : ต้องยกให้เป็นจุดเด่นของของโครงการเลยค่ะ กับทาวน์โฮมใหม่ 2 ชั้น มีให้เลือกถึง 3 แบบบ้าน ที่ออกแบบทาวน์โฮมให้มีพื้นที่ใช้สอยที่เยอะ ใช้ประโยชน์ทุกพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า ภายในบ้านมีประตูและหน้าต่างขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มช่องแสงให้กับตัวบ้าน อีกทั้งจากพื้นถึงฝ้าสูงถึง 2.8 ม. ช่วยให้บ้านดูโล่ง และกว้างมากขึ้น นอกจากนี้แต่ละโซนของพื้นที่ก็แบ่งสัดส่วนการใช้งานได้ลงตัว โดยเฉพาะห้องครัว ที่มีขนาดใหญ่ (บ้าน D-Light) ซึ่งสามารถกั้นทำเป็นครัวปิดได้เลย อีกทั้งยังมีห้องนอนที่อยู่ชั้นล่าง ทำเป็นห้องของผู้สูงอายุได้ รวมไปถึงยังมีฟังก์ชันของพื้นที่ชั้นลอยเพิ่มมาให้ (บ้าน D-Light Plus, บ้าน DUO D-Light Plus) ช่วยให้ได้เพิ่มพื้นที่อเนกประสงค์มากขึ้นอีก ซึ่งการมีพื้นที่ในการใช้สอยเยอะและคุ้มค่าขนาดนี้ หาได้ยากมากสำหรับทาวน์โฮมที่มีราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท
นอกจากให้พื้นที่ใช้สอยที่คุ้มค่า มาตรฐานงานก่อสร้าง และวัสดุยังได้คุณภาพเช่นกัน ทั้งรองรับการต่อเติม และตัววัสดุที่ให้ยังคงทนใช้ในระยะยาวได้เลย
Facility : โครงการมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน ด้วยกล้อง CCTV พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้ 24 ชม. การเข้า-ออกของลูกบ้านใช้ระบบ Keycard Access Control ถือว่ามีความปลอดภัยมากพอสมควร นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีสวนสาธารณะไว้อยู่ 2 จุด ลูกบ้านสามารถเดินเล่น ยืดเส้นยืดสายได้ และมีห้องออกกำลังกายไว้ให้บริการด้วย
Location : ด้วยที่ตั้งของโครงการที่มีถนนเชื่อมกันหลายเส้นทาง ทั้งเส้นถ.เทพารักษ์, ถ.ตำหรุ-บางพลี และถ.แพรกษา ทำให้สามารถเดินทางไปโซนใหญ่ๆ ในละแวกนี้อย่างโซนบางนา บางพลี บางปู ได้สะดวก ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยใช้ชีวิต และคนที่ทำงานในบริเวณใกล้เคียงรอบๆ โครงการได้ นอกจากนี้การเดินทางเข้าไปยังโซนเมือง ก็ทำได้สะดวกเช่นกัน เพราะ โครงการอยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลง ทางด่วนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งใต้) และเส้นรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานี ศรีเทพา
โครงการ นครทองลีฟวิ่ง บางนา-เทพารักษ์ เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ และครอบครัวที่กำลังมองหาบ้าน ที่มีพื้นที่กว้าง มีฟังก์ชันพื้นที่ใช้สอยเยอะและคุ้มค่า ซึ่งทาวน์โฮมของโครงการนี้รองรับสมาชิกในครอบครัวได้ตั้งแต่ 2-4 คน อีกทั้งยังเหมาะกับคนที่มองหาบ้านใกล้ที่ทำงาน ทั้งคนที่ทำงานนิคมอุตสาหกรรม บริษัทเอกชนต่างๆ ในย่านบางนา เทพารักษ์ บางพลี บางปูด้วยเช่นกัน ในราคาที่ตั้งงบไว้อยู่ประมาณ 2.59-3.89 ล้านบาท
*หมายเหตุ ภาพประกอบในบทความเป็นเพียงไอเดียการตกแต่งของบ้านตัวอย่างเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน