

ส่วนใหญ่สถาบันการเงินจะมีโปรโมชั่น โดยคิดดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ในช่วงแรกและเปลี่ยนเป็นอัตราลอยตัวในช่วงหลัง โดยใช้อัตราอ้างอิง MRR ซึ่งอาจเป็น MRR- หรือ MRR+ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น ซึ่งการคิดดอกเบี้ยลักษณะนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ข้อดี คือในช่วงแรกที่เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ส่วนใหญ่จะเป็นอัตราค่อนข้างต่ำ บางสถานการณ์ที่ตลาดแข่งขันสูง ดอกเบี้ยคงที่ช่วงแรกเป็น 0% เลยก็มี อัตราดอกเบี้ยต่ำส่งผลให้เงินงวดที่ต้องชำระต่อเดือนต่ำด้วย เป็นการจูงใจให้คนซื้อบ้านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และบางคนก็ถือโอกาสช่วงนี้รีบๆ ผ่อน หรือเพิ่มเงินมากกว่าที่ธนาคารกำหนดเพื่อให้หมดหนี้ไวๆ
แต่ข้อเสีย คือหลังจากพ้นช่วงเวลาดอกเบี้ยคงที่หรือดอกเบี้ยโปรโมชั่นมาเป็นดอกเบี้ยลอยตัว (MRR) ซึ่งมีอัตราที่สูงกว่า เงินงวดก็ต้องสูงกว่าเดิม และหากคนกู้ก็ไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับภาระผ่อนไว้ก็อาจจะเกิดปัญหาได้
ดังนั้นการเลือกเงินกู้ซื้อบ้านจึงไม่ควรดูแค่ดอกเบี้ยคงที่ในช่วงแรกๆ อย่างเดียว แต่ต้องดูอัตราดอกเบี้ยลอยตัวหลังจากนั้น ซึ่งก็คือดอกเบี้ย MRR นั่นเอง อย่างไรก็ตามก็ยังมีทางออกถ้าไม่อยากผ่อนดอกเบี้ยลอยตัวสูงๆ ก็สามารถใช้วิธีรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ เพื่อโปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่ได้เหมือนกัน
อัตราดอกเบี้ย MRR ของธนาคารพาณิชย์ (ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563)
| ธนาคาร | อัตราดอกเบี้ย MRR (%) |
|---|---|
| อาคารสงเคราะห์ | 6.375 |
| ออมสิน | 6.495 |
| กสิกรไทย | 6.62 |
| กรุงเทพ | 6.6255 |
| กรุงศรีอยุธยา | 6.7 |
| ไทยพาณิชย์ | 6.87 |
| กรุงไทย | 6.87 |
| ทหารไทย | 7.15 |
| ธนชาต | 7.15 |
| ซีไอเอ็มบี ไทย | 7.675 |
| ยูโอบี | 7.75 |
| แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ | 7.75 |
“ดอกเบี้ย” เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเลือกขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพราะสถาบันการเงินแต่ละแห่งก็มีอัตราการคิดดอกเบี้ยแตกต่างกัน ที่สำคัญ “ดอกเบี้ยเงินกู้” ถือเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุน ดังนั้นความเข้าใจในเรื่องอัตราดอกเบี้ยจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่คิดจะซื้อบ้านและกู้เงิน
คืออัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้เป็นตัวเลขคงที่ในช่วงเวลาที่กำหนด มีอยู่หลายประเภทเช่นกัน อาทิ
• อัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอดระยะเวลากู้ เช่น ดอกเบี้ย 7% ต่อปีตลอดอายุสัญญา ดอกเบี้ยจะตายตัวตามประกาศของธนาคารตอนที่ขอกู้ไปจนถึงผ่อนชำระครบจำนวน เหมาะกับคนที่มีรายได้ประจำและอยากผ่อนชำระเท่าๆ กันทุกเดือน แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมทั้งผู้กู้และผู้ปล่อยกู้
• อัตราดอกเบี้ยคงที่ช่วงแรกและปรับเป็นลอยตัว ธนาคารจะกำหนดดอกเบี้ยระยะสั้น 1-3 ปีและปรับเป็นดอกเบี้ยลอยตัว เหมาะกับคนที่คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต
• อัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะสั้นแบบขั้นบันไดในช่วงแรกจากนั้นเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ธนาคารจะกำหนดดอกเบี้ยคงที่แบบขั้นบันไดในระยะประมาณ 1-5 ปี และปรับเป็นดอกเบี้ยลอยตัว
คืออัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อไหร่ธนาคารก็จะประกาศอัตราใหม่ให้ลูกค้าทราบ
ตัวอย่างอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ได้ยินกันบ่อยๆ 3 ประเภท ได้แก่
• MLR (Minimum Loan Rate) หมายถึงอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี เช่น มีประวัติการเงินที่ดี มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างเพียงพอ โดยส่วนใหญ่ใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน เช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ
• MOR (Minimum Overdraft Rate) หมายถึงอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี
• MRR (Minimum Retail Rate) หมายถึงอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย ****
ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/news
ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage
หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่ www.home.co.th/vdo , www.youtube.com/tvhomebuyer
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย