อ่านเพิ่มเติม !
ว่ากันว่าปี 2021 นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เลวร้ายที่สุด เราจึงต้องให้ความสำคัญกับสิงแวดล้อมและต่อสู้กับปัญหาโลกร้อน ซึ่งเราช่วยลดภาวะโลกร้อนนี้ได้ เริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน เช่น ลดการใช้ถุงพลาสติก ใช้วัสดุย่อยสลายง่าย และนำหลักเกณฑ์ ECO House หรือบ้านประหยัดพลังงาน
ECO House เป็นอีกเทรนด์รักษ์โลกที่กำลังมาแรงและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดย ECO House ย่อมาจาก Ecology House หมายถึงบ้านที่ออกแบบภายใต้แนวคิดประหยัดพลังงาน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ โดยนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้น้อยที่สุด สร้างผลกระทบน้อยที่สุด แต่ให้เกิดประโยชน์สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งนำไปสู่ความยั่งยืนทางธรรมชาติและระบบนิเวศน์
ECO House สำคัญอย่างไร ?
Credit: Archdaily
ในปัจจุบันโลกเรากำลังมีปัญหาภาวะโลกร้อนและธรรมชาติหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ซึ่งถ้ายังไม่รีบแก้ปัญหานี้ก็จะยิ่งส่งผลกระทบเร็วมากขึ้น ถ้าหากเราช่วยประหยัดพลังงานธรรมชาติได้แม้เพียงน้อยนิด เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยให้ธรรมชาติของเราอยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น เป็นการรักษ์โลกแบบยั่งยืนที่ส่งผลดีต่อเราและโลกค่ะ
ทำไมต้อง ECO House ?
Credit: Designed by Studiomiti, photo by Ketsiree Wongwan
ECO House เป็นบ้านที่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และระบบนิเวศโดยรวม โดยจะมีการวางแผนระบบ วัสดุ และการใช้งานต่างๆ ให้สอดคล้องกับภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และบริบทรอบข้าง หรือจะเรียก ECO House ว่าบ้านที่เป็นมิตรกับธรรมชาติก็ได้ค่ะ
เข้ากับประเทศไทยอย่างไร ?
Credit: Designed by Inly Studio, photo by panoramic studio
อากาศร้อนๆ ในประเทศไทยก็ทำให้เย็นสบายขึ้นได้ด้วยหลักการของ ECO House บ้านชนิดนี้จะลดความร้อน ช่วยการระบายอากาศ และเพิ่มความเย็นในบ้าน ซึ่งนอกจากจะเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยแล้ว ยังทำให้ผู้อยู่อาศัยใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น
ทำอย่างไรให้บ้านประหยัดพลังงาน ?
Credit: Archdaily
วิธีการออกแบบบ้านและวางผังบ้านให้ประหยัดพลังงานไม่ใช่เรื่องยากค่ะ เรามี 7 เคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้บ้านของคุณประหยัดพลังงานมากขึ้นมาบอกกัน
1. วัสดุ
เลือกใช้วัสดุที่ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับธรรมชาติ ไม่ทำลายระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นหากเลือกวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบาก็จะช่วยลดขนาดโครงสร้างอาคารลงได้ เป็นการประหยัดทั้งงบประมาณและทรัพยากรธรรมชาติไปในตัว
2. เฟอร์นิเจอร์แบบ Eco
เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สามารถนำไป Recycle ได้ และให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้ของใช้ในบ้านถูกใช้งานจริงๆ
3. ทิศทางลมและการวางผังบ้าน
หากวางตำแหน่งบ้านหรือห้องที่ใช้งานเป็นประจำในทิศทางหลีกเลี่ยงแสงแดด (เปิดรับแสงด้านเหนือ หลีกแสงทิศใต้และตะวันตก) ก็จะช่วยลดความร้อนในห้องได้
ส่วนเรื่องการระบายอากาศ นอกจากควรมีช่องเปิดที่อยู่ในทิศทางลมพัดผ่านแล้ว เมื่อมีทางลมเข้าก็ต้องมีทางลมออกด้วย และไม่ควรวางเฟอร์นิเจอร์ขวางทิศทางลม
Credit: Designed by Studiomiti, photo by Ketsiree Wongwan
4. พื้นที่สีเขียวในบ้าน
พื้นที่สีเขียวและต้นไม้รอบบ้านสามารถป้องกันแสงแดดระหว่างวัน เพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ กรองเสียงรบกวนกับฝุ่นละออง และยังเพิ่มความผ่อนคลาย ช่วยให้รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้นด้วย อีกประโยชน์นึงของการมีพื้นที่สีเขียวในบ้าน คือมีพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนในสวน ที่ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติ มีร่มเงาจากต้นไม้ และรับลมเย็นๆ ได้ตลอดทั้งวัน
5. แสงธรรมชาติ
แสงธรรมชาติจำเป็นต่อการใช้ชีวิต หากเราออกแบบช่องเปิดที่รับแสงได้อย่างพอดี ไม่เข้มหรืออ่อนเกินไป ก็จะทำให้เสียค่าไฟฟ้าน้อยลง และยังเป็นการประหยัดพลังงานไฟฟ้าด้วย
6. ฟังก์ชันมาพร้อมกับความสวยงาม
ECO House คำนึงถึงประโยชน์การใช้สอยและการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุด ด้วยการวางผังบ้านที่ใช้งานได้จริงทุกพื้นที่ทุกมุมอาศัย อย่างไรก็ตามความสวยงามของบ้านก็เป็นสิ่งจำเป็น เราแนะนำว่าหากแต่งบ้านสไตล์เรียบง่ายด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์วินเทจจะเข้ากันได้ดีกับบรรยากาศแสนอบอุ่นท่ามกลางธรรมชาติในแบบฉบับของ ECO House ค่ะ
7. ฉนวนกันความร้อน
หากกังวลปัญหาเรื่องความร้อน สามารถแก้ไขได้ด้วยการติดฉนวนกันความร้อนทั้งในส่วนหลังคาและเพดาน โดยฉนวนกันความร้อนจะป้องกันความร้อนในบ้าน ทำให้เราประหยัดพลังงาน ไม่ต้องเปิดแอร์ตลอดวัน
วัสดุที่ใช้เป็นฉนวนกันความร้อนมีหลายอย่าง เช่น ฉนวนโฟม ฉนวนใยแก้ว ฉนวนใยหิน ฉนวนอลูมิเนียมฟอยล์ และเซลลูโลส เป็นต้น ทั้งนี้ควรศึกษาวัสดุอย่างละเอียดและความเหมาะสมก่อนเลือกใช้กับบ้านของเราค่ะ
Credit : BBC Thai - โลกร้อน